http://www.jozho.net
   
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 19/11/2007
ปรับปรุง 20/06/2017
สถิติผู้เข้าชม10,755,960
Page Views17,867,489
Menu
หน้าแรก
งานบรรยายโดยโจโฉ
เกี่ยวกับ&ที่มา..โจโฉ
ตัวอย่างภาพกิจกรรม
รวมเสียงโจโฉ
เว็บบอร์ด
สมุดเยี่ยม
สนับสนุนโจโฉ
บทความโดยโจโฉ
ติดต่อโจโฉ
เลือกดาวน์โหลด
แนะนำ
มาใหม่ล่าสุด
บอกเล่าเก้าสิบ
สวดมนต์ สมาธิ
Video ธรรม
ข่าวร้อน
.
 

ผีและเทวดามีจริงหรือ?

ผีและเทวดามีจริงหรือ? โดย โจโฉ


              เรื่องที่คนทั่วโลกสงสัยและพยายามพิสูจน์ตลอดมา การเจอผีหรือถูกผีเข้าสิง มีเรื่องเล่าทั้งในประเทศและจากนิตยสารต่างชาติมากมาย (อ่านได้จากงานแปลของมูลนิธิพร รัตนสุวรรณ) ในยุโรปและอเมริกามีการศึกษาเรื่องพลังจิตและโลกต่างมิติอย่างจริงจัง แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้ชัด ยกเว้นกรณี ศ.นพ.เอียน สตีเวนสัน ที่พิสูจน์การกลับชาติมาเกิดจากทั่วโลกจนยอมรับว่ามีจริง  ข่าวหน้าหนึ่งหลายครั้งที่ผีมาเข้าฝันบอกที่ซ่อนวัตถุโบราณหรือศพแล้วก็พบจริง  ใครไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่เชื่อ บางคนไม่เชื่อแต่ดันกลัวผีซะงั้น!!  หลายอย่างแม้เราไม่ยอมรับ แต่จิตใต้สำนึกมีข้อมูลเดิมอยู่ จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ  วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังไม่ถึงที่สิ้นสุด อะไรที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มี หลายคนปฏิเสธสุดโต่ง แต่ไม่เคยศึกษาค้นคว้าให้จริงจัง ไม่เคยฝึกสมาธิหรือปฏิบัติธรรมได้ดีพอ ก็กล้าบอกเต็มปากว่า.."ไม่เชื่อ ไม่มีทางเป็นจริง"  (นักวิทย์ศาสตร์ที่ดี จะไม่ปฏิเสธอะไรหากไม่ศึกษาค้นคว้าพิสูจน์อย่างจริงจัง)

 

              พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งการเวียนว่ายตายเกิดทุกภพภูมิ จึงประกาศตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ หากไม่มีภพภูมิ จะบำเพ็ญบารมีไปทำไม จะมุ่งนิพพานเพื่อตัดภพชาติทำไม??  นรก สวรรค์ ผี เทวดา ไม่ใช่สิ่งสมมุติมาหลอกให้ทำดี แต่เป็นความจริงของธรรมชาติ ผู้ไม่เชื่อว่ามีจริงถือเป็นมิจฉาทิฐิ  ชีวิตแต่ละภพเหมือนคลื่นความถี่ต่างระดับกัน สมมุติจิตผีอยู่ในคลื่น 107.5  แต่จิตคนอยู่คลื่น 99.0 จะเจอกันได้ ต้องจูนคลื่นให้มาตรงกันด้วย  คนชั่วตายไปอยู่ภพกันดารเหมือนติดคุก  คนดีตายเป็นเทวดาเหมือนได้โบนัสไปเที่ยวต่างประเทศ  สองกลุ่มนี้ยากที่จะย้อนกลับมาหามนุษย์เพราะจิตจมอยู่ในความสุขหรือทรมานมากจนไม่สนใจเรื่องอื่น มีแค่ไม่กี่จำพวกที่ยังวนเวียนอยู่กับ-มนุษย์ แต่การปรากฎร่างที่ต้องใช้พลังงานสูงและคนที่จะเห็นต้องมีตัวเป็นสื่อหรือมีสมาธิระดับหนึ่ง ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเจอกันยาก ถ้าทำได้ก็แค่พอสัมผัส ได้กลิ่น ปรากฎให้เห็นแว๊บๆ ในบางเวลาหรือในฝันเท่านั้น (คนหลับลึกก็คล้ายคนทำสมาธินั่นเอง)

 


              เรื่องผีเทวดาหากเชื่อแบบถูกต้องจะส่งผลดีให้เข้าใจเรื่องบาปบุญและภัยของวัฎสงสาร (การเวียนว่ายตายเกิด) แต่หลายคนกลับเห็นผีและเทวดาเป็นผู้ประทานพรให้ได้ทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่ามนุษย์แม้พิการยังทำบุญสร้างบารมีได้มากกว่าผีและเทวดาหลายร้อยเท่า ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า "อย่าไปหวังพึ่งกับสิ่งเหล่านี้เลย แค่บ้านกับอาหารยังหากินเอง สร้างเองไม่ได้ ต้องพึ่งมนุษย์ให้ทำให้ แล้วจะมาช่วยอะไรเราได้"  มีแค่เทวดาบางจำพวกเท่านั้นที่พอช่วยได้บ้าง    เป็นการส่งเสริมตามฐานบุญของเราเป็นหลัก  คล้ายผู้ใหญ่ที่ฝากงานให้ได้ แต่เราก็ต้องทำงานด้านนั้นเป็นด้วย  เทวดาที่ช่วยได้จริง ต้องมีบุญมาก   ผู้มีบุญมากก็มีอาหารทิพย์ชั้นเลิศสุดวิเศษ จะมาชอบปลักขิก ตุ๊กตาไม้ กินหัวหมู กินเหล้าขาวอย่างนั้นหรือ?  ของพวกนี้มันเอาไว้เซ่นผีที่หากินเองไม่ได้เท่านั้น เป็นการสงเคราะห์-ผูกมิตร คล้ายคนรวยก็ควรเผื่อแผ่คนจนบ้าง หากปล่อยให้เขาอดอยาก ไม่นานอาจเป็นโจรมาทำร้ายเรา

 

              การเซ่นผีคือการช่วยเขา แต่บางคนกลับไหว้บูชาขอพรผีเรื่อยไป โดยไม่คิดเลยว่าอาจเป็นแค่ขี้เมา คนค้ายา ถูกรถทับหรือโดนยิงตาย  คนโง่ตายไปก็เป็นผีโง่ คนชั่วตายไปก็ยังเป็นผีชั่ว ไม่ใช่ตายแล้วทุกคนจะกลายเป็นสิ่งวิเศษที่ต้องกราบไหว้พึ่งพิงได้    สำหรับการขอเทวดาให้ช่วยไม่ควรบนด้วยของแต่ให้ทำความดีถวายท่าน  เทวดาไม่ใช่ขี้ข้ามนุษย์ที่จะมาติดสินบนด้วยของหรืออาหารชั้นต่ำนะครับ ลองเดินไปบอกเศรษฐีสักคนว่า "ช่วยฝากให้ผมทำงานที่นี่หน่อย ถ้าได้จะซื้อหัวหมู ไข่ต้มให้"  เขาคงไล่ตะเพิดกลับมา ระดับเศรษฐีเขากินอาหารหรูห้าดาว คงไม่สนหรอกไข่ต้ม  นี่แค่คนปกตินะ แล้วลองคิดดูว่าถ้าเป็นเทวดาที่มีอาหารทิพย์สุดวิเศษ ท่านจะต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือ?  ดังนั้นจึงควรทำความดีสะสมไว้ในตัวให้มาก แล้วสวดมนต์ขอแรงเสริมจากเทวดาจะดีกว่า   เปรียบในชีวิตจริง       ถ้ามีเด็กขยันเรียน กตัญญู   กับอีกคนขี้เกียจ  เกเร   เราจะอยากส่งเสริมใครมากกว่ากัน

 


              หากเทวดาจะช่วยใคร ก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปที่อยากช่วยคนดีก่อนเสมอ  และถ้ายิ่งสัญญาหรือมีแนวโน้มว่าจะทำความดีเพิ่มอีกมาก ก็ยิ่งอยากช่วยมากขึ้น  ไม่ใช่อยากช่วยเพราะอยากกินหัวหมู อยากได้ตุ๊กตาไม้ อยากได้ปลัดขิก ที่ชอบเอาไปแก้บนกัน  หลายคนเอาแต่ไหว้เทพ ไหว้เจ้า บูชาผี แต่ไม่คิดจะไหว้พ่อแม่ ไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่หาของดีๆ ให้พ่อแม่กิน  แล้วมันจะไปหาความเจริญได้อย่างไร  บุญสูงสุดมีให้ทำในบ้าน นี่หละพรที่จะทำให้ได้สมหวังทุกอย่าง  กฎแห่งกรรมตายตัว   "ทำอะไรกับพ่อแม่ไว้  จะได้สิ่งนั้นกลับคืนเสมอ" บางทีตอนเด็กแค่กลับบ้านช้า ปล่อยพ่อแม่ทุกข์ใจเป็นห่วงเฝ้ารอ   ผลคืนสนองให้ต้องรอลูกค้า   รอเจ้านาย   รอแฟนตัวเองที่โทรไปก็ไม่รับสาย  ไปไหนก็ไม่บอก    หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่านี่ก็เป็นผลกรรมที่ทำไว้กับบุพการี

 

              ฝากให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม่จำเป็นต้องบนขออะไรจากใคร แค่ทำความดีให้มาก(โดยเฉพาะกับพ่อแม่) สวดมนต์ทุกวัน อธิฐานจิตอ้างถึงความดีและศีล(แม้แค่บางข้อ)ที่รักษาได้ ส่งให้เจ้ากรรมนายเวร ขออโหสิกรรมความผิดที่เคยทำแต่อดีต ส่งถวายเหล่าเทวดาให้ร่วมอนุโมทนา อธิฐานขอบุญที่ทำเป็นปัจจัยส่งให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาและแก้ปัญหาชีวิตที่กำลังเผชิญได้โดยง่าย ขอความดีที่ข้าพเจ้าเคยกระทำช่วยส่งผลในเร็ววัน เพื่อผ่อนหนักเป็นเบาและเพื่อเป็นกำลังใจในการทำดียิ่งๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ..  ทำแบบนี้ได้ผลแน่นอนกว่ารอจากสิ่งที่มองไม่เห็น ดังพุทธศาสนาสุภาษิตที่ว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" (ยังมีวิธีทำดีเพื่อบรรเทากรรมเก่าโดยตรง จะนำเสนอในโอกาสต่อไป)



โจโฉ www.jozho.net



Tags :

 
 หน้าแรก  รวมเสียงโจโฉ  สมุดเยี่ยม  บทความ  ภาพกิจกรรม  สนับสนุนโจโฉ  ติดต่อ
By โจโฉ เสียงธรรม.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view