http://www.jozho.net
   
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 19/11/2007
ปรับปรุง 21/03/2017
สถิติผู้เข้าชม10,485,027
Page Views17,505,654
Menu
หน้าแรก
งานบรรยายโดยโจโฉ
เกี่ยวกับ&ที่มา..โจโฉ
ตัวอย่างภาพกิจกรรม
รวมเสียงโจโฉ
เว็บบอร์ด
สมุดเยี่ยม
สนับสนุนโจโฉ
บทความโดยโจโฉ
ติดต่อโจโฉ
เลือกดาวน์โหลด
แนะนำ
มาใหม่ล่าสุด
บอกเล่าเก้าสิบ
สวดมนต์ สมาธิ
Video ธรรม
ข่าวร้อน
.
 

"วัยรุ่นเกเร-ตีกัน" แก้ด้วยวิทยาศาสตร์ทางจิต!!



"วัยรุ่นเกเร-ตีกัน" แก้ด้วยวิทยาศาสตร์ทางจิต!!  โดย โจโฉ

 
              ปัญหาที่ตั้งโจทย์ผิดจึงแก้ไม่เคยตรงจุด  มองว่าเด็กเลว ต้องทำโทษรุนแรง-ปิดโรงเรียน เป็นการปัดฝุ่นเข้าใต้พรม จะแก้ปัญหาต้องเข้าใจรอบด้าน  เด็กก้าวร้าวอาจเกิดจากสารเคมีในสมอง ตีให้ตายก็ไม่หลาบจำ ต้องบำบัดเท่านั้น   สมองมนุษย์มีสามส่วนคือ 1.จิตสำนึก  2.อารมณ์ความจำ  3.สมองแบบสัตว์เดรัจฉาน (เอาตัวรอด กิน สืบพันธ์)    ความเครียด-ทุกข์และสารเสพติด กระตุ้นการทำงานและทำให้สมองแบบสัตว์โตขึ้น  ความสุขจิตผ่องใส มีผลต่อสมองส่วนจิตสำนึก (รู้ผิดชอบชั่วดี) 

 

              ของกินมีผลต่อสมองและนิสัยด้วย เช่น ข้าวกล้อง ผักผลไม้สดช่วยให้สดชื่น คลื่นสมองสงบ ทำให้ใจเย็น จดจำเข้าใจดีขึ้น / การอดอาหารเช้า กินเนื้อสัตว์ย่อยยาก น้ำอัดลม กาแฟ ของหวานจัดไขมันสูง ทำให้คลื่นสมองไม่สงบ เครียดง่าย ใจร้อน สมองทึบ สถานศึกษาต้องใส่ใจเรื่องอาหาร อย่าให้อดอาหารเช้า งดขายข้าวขาว น้ำอัดลม น้ำตาลขาว อาหารคลอเรสเตอรอลสูง ฯ

 

              สัตว์ในฤดูผสมพันธ์  สมองกระตุ้นเพื่อความอยู่รอด ต้องทำตัวให้เด่นหรือกำหราบตัวอื่นเพื่อสิทธิ์ผสมตัวเมียและครองอณาเขต  นี่คือสิ่งที่เกิดกับวัยรุ่นที่เริ่มเป็นหนุ่มสาว สมองส่วนสัตว์เดรัจฉานมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศที่เริ่มผลิตออกมา เป็นสัญชาตญาณเพื่อความอยู่รอดไม่ต่างจากสัตว์  ทำให้ต่อต้านคำสั่ง ไม่ชอบการบังคับ ไม่ฟังเหตุผล ต้องการเด่นกว่าคนอื่น เด่นด้านดีไม่ได้ก็ขอเด่นด้านร้าย  การบังคับตัดหัวเกรียนติ่งหู  มองทีวีเจอแต่ดาราไว้ผมเท่    เป็นแรงกดดันฝังลึกระดับจิตใต้สำนึก รอวันระเบิดเป็นการละเมิดกฎไร้ระเบียบตอนโต   หาทางเอาคืนด้วยการกดข่มคนอื่น


หรือบีบให้สร้างจุดเด่นด้านอื่น(ทั้งดีและร้าย)  แทนความภูมิใจในตัวตนที่หายไป   ความหล่อสวย อิสระที่จะเลือกเอกลักษณ์ให้รู้สึกภูมิใจในตนเอง เป็นเรื่องสำคัญของเด็ก ไม่เกี่ยวกับผมยาวหรือสั้น มันอยู่ที่ความชอบหรือไม่ชอบที่จะมีสิ่งปกคลุมหัวของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน  ประเทศที่เจริญมีกฎเกี่ยวกับทรงผมเสื้อผ้าโดยเฉพาะเด็กเล็กจนถึงวัยรุ่นไว้แค่หลวมๆ(หรือแทบไม่มีเลย) แต่คนเขากลับมีระเบียบวินัยดีมาก ส่วนบ้านเราเข้มงวดบังคับกันสุดโต่งแต่เด็กจนโรงเรียนแทบไม่ต่างกับคุก ผลที่ได้คล้ายจับลิงหรือจับเสือขังไว้ บังคับให้มันนิ่งได้ก็แค่ในกรง หลุดออกมาเมื่อไหร่ก็พร้อมจะซนหรือดุร้าย  เอาไว้พูดคราวหน้า ขอประเด็นความก้าวร้าวและการตีกันก่อนนะครับ

 
              สัญชาตญาณสัตว์ตัวผู้ต้องการเหนือผู้อื่น  สมัยอยุธยา-กรุงสุโขทัย สมัยไหนผู้ชายมันก็ตีกัน สัตว์ตัวผู้ต่างถิ่นเจอกันต้องสู้กันเป็นธรรมดา   ควรสร้างค่านิยมว่า.. "สถาบันเราเป็นลูกผู้ชายตัวจริง การใช้อาวุธ รุมทำร้าย เป็นพวกหน้าตัวเมีย ขี้ขลาด ไร้ยางอาย ไม่มีศักด์ศรี  แพ้แล้วรู้จักพอหรือยอม นักเลงในอดีตมีปัญหานัดต่อยตัวๆ ไม่ทำผู้อ่อนแอกว่า ไม่อัปรีย์เหมือนสมัยนี้"  การจะให้ผู้ชายเลิกตีกันไม่ต่างกับห้ามช่วยตัวเอง อย่าฝืนธรรมชาติ ให้สู้แบบมีศักดิ์ศรีหรือเป็นนักเลงตัวจริงซะดีกว่า (ดูสภายังต่อยกันเลย!!)  

 

              วิธีแก้แบบยั่งยืนที่ต่างจากบังคับกดข่มแบบฝึกทหารคือ ต้องให้สมองส่วนจิตสำนึกทำงานเต็มที่ ทั้งการเลือกกินอาหารและใช้วิทยาศาสตร์ทางจิตช่วย เช่น หมั่นทำกิจกรรมกุศล สาธารณะประโยชน์  ฟังเพลงบรรเลง-ทำสมาธิก่อนเรียนทุกชั่วโมง    จะทำให้คลื่นสมองสงบ จดจำดีขึ้น ลดความก้าวร้าว มองโลกแง่ดี  หยุดการโตของสมองสัตว์เดรัจฉาน เปิดทางให้ส่วนจิตสำนึกทำงาน จะรู้ผิดชอบชั่วดี มีสติยั้งคิดดีขึ้น


           มีวิธีมากมายในการทำสมาธิที่เหมาะกับเด็กแต่ละวัย  แต่มักใช้แค่ไม่กี่วิธีซึ่งอาจส่งผลไม่ดีเท่าที่ควร  ยังมีวิธีฝังข้อมูลลงจิตใต้สำนึกซึ่งส่งผลดีกว่าการลงโทษรุนแรง  อยากให้เด็กเป็นคนดี ต้องมีชั่วโมงเพื่อความดีในทุกวัน ควรหาวิทยากรหลายแบบมาสลับกัน คนเคยเลวแล้วพบหายนะหรือกลับตัวได้ มีผลกับเด็กกลุ่มเสี่ยงมากกว่า     "สิ่งสำคัญต้องอบรมคุณธรรมให้ครูเป็นประจำทุกเดือน แม่พิมพ์ไม่ดีจะปั้มแบบออกมาดีได้เหรอ?"  (บ้าละคร กินเหล้า เล่นหวย คงสอนเด็กให้มีธรรมในใจได้ยากนะ)

.

              ตัวอย่างวิธีแก้ปัญหาเพิ่มเติม เช่น ยกเลิกเครื่องแบบ-ตราสัญลักษณ์ ให้ใส่ขาสั้น  ยกเลิกการรับน้อง-ระบบโซตัส  รวมเป็นสถาบันชื่อเดียวแต่สอนแยกกัน เช่น ร.ร.A สอนเฉพาะปี1 /ร.ร.B สอนเฉพาะปี2  /ร.ร.C สอนปี3  เรียนจบ A ไปต่อ B-C  กลายเป็นโรงเรียนเดียวกัน แถมไม่มีรุ่นพี่สั่งให้ทำชั่ว   พาทัวร์คุก-เด็กพิการ ทำสารคดีคนทำผิดแล้วชีวิตลำบาก พ่อแม่สองฝ่ายร้องไห้แทบขาดใจ ให้ดูเป็นประจำ 

.

              สร้างฟิตเนสบังคับเล่นกล้ามหลังเลิกเรียน เพื่อสร้างปมเด่นให้หล่อหุ่นดี      การออกกำลังยังมีผลมากต่อสมองและฮอร์โมน เคยเห็นคนหล่อหุ่นดีไปไล่ตีใครไหมละ??  การเข้ายิมเล่นกล้ามหลังเลิกเรียน จะทำให้เหนื่อยหมดแรงไปไล่ตีใคร สมองหลั่งสารเคมีดีออกมา ทำให้อารมณ์ดี มองโลกแง่บวก ลดความก้าวร้าวลง ลดความอยากสารเสพติด  และฮอร์โมนเพศที่หลั่งมากในช่วงวัยรุ่นจะถูกนำไปสร้างกล้ามเนื้อแทนที่จะเหลือล้นไปกระตุ้นสมองให้ปลดปล่อยพลังแบบผิดๆ (ยืนยันจากคนเล่นกล้ามที่นิสัย อารมณ์เปลี่ยนไปจริง)  


              อย่าจัดแข่งขันระหว่างสถาบันเด็ดขาด..(โดยเฉพาะเทคนิคหรือชายล้วน)      ควรจัดปฎิบัติธรรม-ทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันระหว่างสถาบันแบบกลุ่มย่อยทุกเทอม   การปฏิบัติธรรมแบบเคร่งๆ ด้วยการบังคับกดจิต ทำอะไรช้าๆ อาจไม่เหมาะกับเด็กสมัยใหม่ในเบื้องต้น ควรเป็นกิจกรรมสาธารณะที่ใช้แรงมากกว่า เลิกคิดซะทีว่าจะให้เด็กดีเรียบร้อยโดยจับมาบังคับนั่งสมาธิปีละครั้งแค่เพียง 3-7 วัน แต่จะดีกว่าถ้าให้ทำสมาธิแบบเหมาะกับวัย  5 นาทีก่อนเรียนทุกวิชา  วิธีปฏิบัติธรรมต้องถูกจริตกับเด็กด้วย  มีปฏิบัติธรรมทุกปีทุกโรงเรียน ทำไมเด็กส่วนใหญ่เลวลงทุกวัน??  ควรปรับวิธีให้เหมาะกับคนยุคนี้ที่จิตหยาบกว่าคนสมัยก่อน และอย่าลืมว่าวิธีปฏิบัติแบบเดียวก็เหมือนยาพาราที่แก้ทุกโรคไม่ได้ (ทำดีน้อยๆ แต่บ่อยๆ มีผลมากกว่าโดนบังคับไปทำทีเดียว)

.

          "หมากัด"คนเลี้ยงต้องรับผิดชอบ พ่อแม่ที่ลูกทำร้ายคนอื่นควรรับโทษด้วย  เด็กบางคนไม่พร้อมไปอยู่ในสภาพเอื้อต่อการชักจูงให้เสียคน        หากมีลูกเกเร หรือหัวอ่อน ควรจับทำงานก่อนเรียนต่อซักปี  จะมีภูมิคุ้มกันและคิดได้กว่าวัยเดียวกัน       คนประสบความสำเร็จทำงานแต่เด็กแทบทั้งนั้น  "เกมไล่ฆ่าสมจริงคือการโปรแกรมจิตเป็นนักฆ่า กระตุ้นสมองส่วนสัตว์เติบโต คลื่นสมองไม่สงบกดจิตสำนึก เมื่อสมองไม่ต่างจากสัตว์ จึงอาจฆ่าคนจริงได้อย่างเลือดเย็น อายุต่ำกว่า 18 ไม่ควรเล่นเกมแนวนี้แต่ก็ปล่อยเสรีมานาน"  มีวิธีแก้ปัญหาวัยรุ่นอีกมากที่ต้องอธิบายกันยาว  แต่อยากสรุปให้เข้าใจซะทีว่า.. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กเลวเกินสั่งสอน แต่สิ่งแวดล้อมปัจจัยรอบตัวที่ผู้ใหญ่และโรงเรียนมีให้ต่างหาก.. หล่อหลอมให้เด็กเป็นแบบนี้ !! 

.

              หลายหน่วยงานพยายามแก้ปัญหาเยาวชนกันมากมาย แต่ก็แก้แทบไม่ได้ผลจริงจัง  มัวแต่วนอยู่ในอ่าง ใช้แต่วิธีการเดิมๆ  พยายามเสนอตัวด้วยโครงการดีๆ ที่ไม่ต้องเสียเงิน ให้กับหลายหน่วยงานหลายปี ก็ไม่มีใครสนใจ ยังคงย่ำอยู่กับที่กันต่อไป !!

.

[แถมท้าย : แก้ปัญหาเด็กแข่งรถป่วนเมือง ลองบังคับอายุต่ำกว่า 25 ให้ใช้ได้แค่มอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าที่จำกัดความเร็วแค่ 80 กม./ชม. อนุญาตใช้รถน้ำมันความเร็วสูงกว่านี้ได้เฉพาะคนที่จำเป็นต้องใช้เพื่อทำงานเท่านั้น  รถไฟฟ้าประหยัด ลดโลกร้อน มลพิษต่ำ และช่วยได้อีกหลายเรื่อง  แต่ฝันไปเถอะ ธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันคงไม่ยอมให้ทำหรอก  ]


โจโฉ www.jozho.net



Tags :

 
 หน้าแรก  รวมเสียงโจโฉ  สมุดเยี่ยม  บทความ  ภาพกิจกรรม  สนับสนุนโจโฉ  ติดต่อ
By โจโฉ เสียงธรรม.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view