http://www.jozho.net
   
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 19/11/2007
ปรับปรุง 29/05/2021
สถิติผู้เข้าชม13,262,763
Page Views21,087,315
Menu
หน้าแรก
งานบรรยายโดยโจโฉ
เกี่ยวกับ&ที่มา..โจโฉ
ตัวอย่างภาพกิจกรรม
รวมเสียงโจโฉ
สนับสนุนโจโฉ
บทความโดยโจโฉ
ติดต่อโจโฉ
เลือกดาวน์โหลด
แนะนำ
มาใหม่ล่าสุด
บอกเล่าเก้าสิบ
สวดมนต์ สมาธิ
Video ธรรม
ข่าวร้อน
.
 

ร่วมแจ้งผลจากการปฏิบัติตามแนวของหลวงพ่อปราโมทย์

.. ร่วมแจ้งผลจากการปฏิบัติตามแนวของหลวงพ่อปราโมทย์ ..

เรียนเชิญทุกท่าน ที่ฝึกปฏิบัติหรือฟังCDหลวงพ่อปราโมทย์ เขียนแสดงความจริงที่เกิดกับตัวท่านเองหรือคนรอบข้าง ว่าส่งผลดีอย่างไร เพื่อเป็นพยานยืนยันให้โลกได้รับรู้ว่า .. แนวทางนี้ ถูกต้องตรงทางและปรากฎผลดีให้กับหลายคนมากแค่ไหน  ผมเชื่อว่าการยืนยันจากผู้คนจำนวนมาก ที่แสดงให้เห็นว่า คนที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหลวงพ่อปราโมทย์ เจริญในธรรมขึ้นอย่างไร มีสติมากขึ้น มีกำลังใจในการเจริญสติมากขึ้น  กิเลสน้อยลง โกรธน้อยลง ทุกข์น้อยลง การเห็นทางพ้นทุกข์ได้ชัดขึ้น และอีกสารพัด ที่น่าจะเป็นตัวอย่างและอาจทำให้ใครหลายคนได้ฉุกคิดขึ้นมาบ้างว่า... แนวทางนี้ผิดจริงหรือไม่ ผลของการภาวนาที่เกิดเป็นความสว่างทางจิตของคนจำนวนมาก ที่กิเลสน้อยลง ศรัทธาพระศาสนา ศรัทธาในพระธรรมมากขึ้น มันเป็นแนวทางที่ไม่สมควรเผยแพร่ หรือปฏิบัติตามจริงดังที่ใครหลายคนกล่าวหาจริงหรือ...

ในบางแห่ง เอาประกาศกล่าวหาหลวงพ่อปราโมทย์ไปเผยแพร่ แต่กลับไม่เคยใส่ใจในคำชี้แจงข้อกล่าวหาที่ทีมวิมุตติได้แถลงการณ์ออกมา ซึ่งตามหลักแล้วถ้าทำด้วยใจบริสุทธิ์ ก็ควรจะเผยแพร่ข้อมูลสองด้านเพื่อให้ปัญญากับคนทั่วไปอย่างแท้จริงด้วย   และท่านเหล่านั้นก็เหมือนจะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับรู้ ไม่เคยสนใจ ไม่เคยพูดถึง ผลดีมากมายที่เกิดกับคนจำนวนมาก ที่เขาต่างยืนยันว่า แนวทางนี้ ทำให้ละวางตัวตน ทุกข์น้อยลง ศรัทธามากขึ้นและทำให้มีตนเป็นที่พึ่งของตนได้อย่างแท้จริง   ลูกศิษย์หลวงพ่อ ล้วนสนใจแต่การภาวนา สนใจแต่ทางดับทุกข์ เท่าที่ผมเจอ ไม่มีเลยซักรายที่มาหาหลวงพ่อเพราะสนใจอภินิหารย์ สนใจของขลัง หรืออยากได้ผมหรือจีวรหลวงพ่อไว้บูชา ไม่สนใจในสิ่งไร้สาระ ไม่ใส่ใจในเรื่องพิธีการเยิ่นเย้อที่ไม่จำเป็นต่อการปฏิบัติ  เข้าหลักธรรม เข้าหลักปฏิบัติเพื่อมุ่งดับทุกข์กันอย่างเดียว  ถามแต่เรื่องทำอย่างไรจะภาวนาได้ดี ทำอย่างไรจะละวางความเป็นตัวตนได้ ต้องการทำทุกอย่างเพื่อดับทุกข์ มาจับหลักภาวนา และส่งผลของการปฏิบัติเท่านั้น


มีคนบางกลุ่มเชื่อจริงๆ ว่าหลวงพ่อผิด โดยที่ไม่ไตร่ตรอง และไม่เคยดูผลการปฏิบัติของเหล่าศิษย์ที่เดินตามเลย บางคนยังเขียนจดหมายมาต่อว่าผม หาว่าผมเชื่อเรื่องนรกสวรรค์หรือเปล่า เผยแพร่ของผิดๆ ระวังจะตกนรก ผมก็ได้แต่ งง นะว่า คนพวกนี้เขาคิดอะไรอยู่ ในเมื่อคำสอนที่นำไปสู่การละวางตัวตน และเห็นชัดๆเลยว่า กิเลสมันน้อยลง ทุกข์น้อยลง จุดมุ่งหมายเป็นไปตรงตามจุดประสงค์ของพระพุทธองค์ เพียงแต่วิธีการ รูปแบบ และการใช้ศัพท์ การอธิบาย อาจจะแตกต่างกับแนวทางอื่น  แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่า การขึ้นเขาเพื่อไปสู่ยอดเขานั้น เราต้องใช้เส้นทางเดียวกันนิครับ   บางท่านยังทำสิ่งที่ไม่สมควร ก็คือ นำพระเถระที่มีชื่อเสียงมากล่าวอ้าง เพื่อโจมตีหลวงพ่อปราโมทย์  ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นสิ่งที่สมควรเลยสำหรับผู้ทีอ้างตนว่าเป็นผู้ประพฤติธรรม บางทีก็จับหลักปฏิบัติที่หลวงพ่อสอนเฉพาะบุคคล ไปเหมาว่าท่านสอนแบบนี้ เอาแค่บางประโยคไปถามพระเถระว่าท่านสอนถูกหรือผิด 

ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าเล่าไม่หมด ถ้าไม่บอกว่านี่คือการสอนเฉพาะตัว เป็นการแก้อารมณ์ของคนๆนั้น  หยิบไปถามแบบนี้ ท่านก็ต้องบอกว่าผิดซิ  สำคัญคือ จุดประสงค์คนที่นำไปถาม มีเจตนาอย่างไร และรอบคอบจริงหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นไม่ควรกระทำเลยด้วยซ้ำ กับการนำการสอนกรรมฐานเฉพาะตัวของศิษย์สำนักหนึ่งไปถามพระอาจารย์อีกสำนัก  โดยที่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดตลอดสาย 

ทิ้งท้ายด้วยประโยคว่า กิ่งไม้ผุ ที่ชอบมาอ้างกัน  ผมถือว่าเคารพศรัทธาศิษย์ของทั้งสองสาย แล้วผมก็เชื่อว่า ท่านหมายความถึง พวกบูชาเทพ หรือบูชาฆราวาสที่ตอนนี้ออกมากันเยอะ ในเรื่องรู้กรรมเห็นกรรม พวกหมอดูต่างๆ มากกว่า รวมถึงบางแนวทางที่เราเห็นได้ชัดเลยว่า ผิดหลักพระไตรปิฎกชัดเจนอย่างไร  ซึ่งก็น่าแปลก แนวทางที่ผิดกันเต็มๆ เราก็รู้ นักปฏิบัติที่ไหนก็รู้ แต่กลับไม่มีใครกล้ายุ่ง ไม่มีใครกล้าไปโจมตีจริงจังแบบนี้.. แต่กลับมาโจมตีเอาเป็นเอาตาย กับหลวงพ่อ ผู้ซึ่งเปิดแสงสว่างให้คนจำนวนมาก จนเห็นผลเป็นคำยืนยันได้จากคนหลายกลุ่มว่าแนวทางนี้ เป็นไปเพื่อการลดละความยึดมั่นถือมั่นในกายใจนี้ได้แค่ไหน


ดังนั้นเพื่อเป็นประจักษ์พยาน ให้โลกได้รู้ได้เห็น จึงเรียนเชิญ ผู้ที่สนใจและฝึกตามแนวทางของหลวงพ่อปราโมทย์ ได้มาลงชื่อ และผลการปฏิบัติในกระทู้นี้นะครับ  เพราะคงเป็นคำตอบได้ดีกว่าคำชี้แจงแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น  เมื่ออาบน้ำแล้วตัวสะอาด ใครเล่าจะมากล่าวหาเราได้ว่า เราสกปรกตัวเหม็น

ผู้ที่เคยลงข้อความไว้ในเวปบอร์ดแล้ว ขอความกรุณาก๊อปมาใส่ในนี้อีกครั้งนะครับ  ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ลงชื่อจริง นามสกุล หรือที่อยู่ด้วยยิ่งดี เพื่อเป็นหลักฐานให้คนเขาเห็นว่า นี่ของจริง ไม่ใช่การสร้างภาพ

อนุโมทนา และ อยากเห็นคนถึงธรรมกันจริงๆ ไม่ใช่ปฏิบัติแล้วเที่ยวกล่าวหาผู้อื่นอย่างไม่มีเหตุผล โจมตีผู้อื่นโดยขาดเมตตาจิต ขาดเหตุและผล และไม่ยอมฟังหรือสนใจในคำชี้แจงของคนที่ถูกกล่าวหา  มันเป็นสิ่งที่สมควรแล้วหรือครับ

กับคำว่า .. ผู้ประพฤติและใฝ่ในธรรม

เจริญในธรรมทุกท่านครับ  
ก.พ. 53 โจโฉ


หมายเหตุ.. กราบขออโหสิกรรม หากข้อความไปล่วงเกินท่านผู้ใด โดยไม่ได้เจตนา ผมเป็นคนพูดตรง รู้อะไร เห็นอะไรก็พูดตรงๆ ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ ดูถูก หรือเหยียดหยัน หรือก้าวล่วงผู้หนึ่งผู้ใด แต่พูดด้วยเจตนาจะรักษาความจริงเท่านั้น  กราบขออภัยถ้าทำให้ท่านขุ่นเคืองหรือไม่สบายใจครับ 


ปล...  5-7 ก.พ. ไม่อยู่นะครับ ไปทำบุญประทายข้าวเปลือกทีวัดป่าบ้านตาด
หลังวันที่ 7 ก.พ.  ค่อยกลับมาเคลียร์เรื่องถวายชุดบวชทีวัดปทุมฯ   อนุโมทนาทุกท่านด้วยครับ

อ้อ เรื่องซีดีที่ขอกันเข้ามามาก รอกันนิดนะครับ  งานเยอะมากมาย
ผมคงทะยอยส่งได้ 1-2 เดือนต่อครั้งนะครับ นี่ก็ดองมาตัง้แต่กลางเดือน ธ.ค.  ใจเย็นๆ เน้อ  ได้ทุกคนแหละครับ

ความคิดเห็น

  1. 21
    JAIDEAW
    JAIDEAW u_karnna@hotmail.com 12/03/2011 22:41
    ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตามฟัง CD ของหลวงพ่อ แล้วก็พยายามปฏิบัติตาม  สิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองก็คือ  เมื่อจะกระทำอะไรไม่ดีไม่งามไม่สมควร ก็จะมี สติ มาเตือน ว่า นี้ไม่ควรนะ ไม่ถูก อะไร ทำนองนี้ เช่น จะตบยุง ก็นึกได้ว่าไม่ควร  เห็นแมลงที่หากินกลางคืน ตกน้ำ ก็จะช่วยนำขึ้น ด้วยเมตตา เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ แต่ก่อนไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลย  ทุกวันนี้ก็พยายามรักษาศิล 5 ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  ศึกษาในพระไตรปิฎกแล้วก็ไม่เห็นว่าหลวงพ่อท่านสอนไม่ถูกในข้อใด  ก็คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อนั้น มันเป็นของอยู่คู่กับโลกมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้วหละ  
  2. 22
    ชีวภัทร์ เพ็ชร์มุข
    ดิฉันปฏิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อ แบบกระท่อนกระแท่น แต่ได้พบสภาวะธรรม "ความไม่มีตัวตน" หลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่ปฏิบัติ  แม้จะยังไม่ปล่อยวางแต่แสดงว่า วิธีของหลวงพ่อ ก็ได้ผล  และเร็วด้วย  เพราะดิฉันเคยฝึกวิธีอื่นแบบเข้มข้นมาก่อน ก็ยังไม่ได้เคยเกิดสภาวะธรรมเช่นนี้
  3. 23
    Sanagsri
    Sanagsri sangasris@yahoo.com 17/02/2011 03:01

    การได้ฟังธรรมะจากหลวงพ่อปราโมทย์ ปราโมชโช เป็นการได้ต่อยอดการเดินทางในเส้นทางธรรมของข้าพเจ้าที่ในขณะนั้นมีคำถามกับตัวเองว่าเราจะเดินในทางนี้ต่อไปยังไง????เพราะอยู่ไกลครูบาอาจารย์  และแล้วก็ได้พบกัลยาณมิตรนำให้ได้ฟังcdธรรมะของหลวงพ่อ.....ถึงตอนนี้เป็นเวลาสองปีครึ่งแล้ว ดิฉันมองย้อนกลับไปเมื่อก่อนที่จะได้ฝึกตามแนวทางที่หลวงพ่อปราโมทย์สอน  เห็นตนเองในเวลานั้นเป็นคนละคนแทบจะสิ้นเชิงกับตัวเองในปัจจุบันนี้ แค่่สองปีธรรมะเปลี่ยนเราได้ขนาดนี้เลยเหรอ???? เป็นคนที่มีความทุกข์น้อยลง มีความสุขมากขึ้น  ยิ้มง่าย คุยได้กับมนุษย์ สัตว์ ทุกคนตัวตน แม้แต่กับต้นไม้ใบหญ้า เห็นทุกชีวิตมีค่าที่เท่าเทียมกัน 

    ธรรมะของครูบาอาจารย์พระป่าหรือพระเมืองก็ตามที่ท่านทั้งหลายได้สอนธรรมะแท้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ในแนวทางที่แตกต่างกันออกไปโดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการพ้นทุกข์นั้น เมื่อก่อนดิฉันอ่านและฟังยังไงก็ยังไม่เข้าถึงจิตถึงใจ จนกระทั่งได้ฝึกตามหลวงพ่อปราโมทย์สอนทำให้ดิฉันเห็นทางเดินในเส้นทางธรรมที่จะเดินต่อไปได้ชัดเจนขึ้น ได้เห็นว่าครูอาจารย์อยู่รายรอบเราไปหมดจากหนังสือของท่านที่ฝากไว้ จากเสียงธรรมของท่านที่ฝากไว้ จากกัลยานมิตรที่หยิบยื่นสิ่งดีๆให้  ดิฉันไม่รู้สึกว่าห่างไกลจากครูอาจารย์เลย แม้ว่าหลายท่านจะละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว หรือบางท่านก็ไม่เคยแม้แต่ละเห้นหน้าหรือได้กราบท่านเลยแม้สักครั้งเดียวก็ตาม

    หลวงพ่อปราโมทย์เป็นครูอาจารย์ท่านหนึ่งของดิฉันที่ดิฉันจะไม่มีความคลางแคลงใจใดๆในตัวท่าน ด้วยธรรมะที่ดิฉันได้สัมผัสนั้นได้พิสูจน์ให้ฉันเห็นจริงด้วยตนเอง แม้จะไม่มีโอกาสเลยสักครั้งที่จะได้พบเจอท่าน ได้กราบท่าน ด้วยอยู่ห่างไกลจากท่าน แต่ได้อยู่ใกล้ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อได้เป็นผู้ส่องเที่ยนนำทางให้เดินไป

    ขอขอบคุณคุณโจโฉ  และกัลยานมิตรท่่านอื่นๆที่ได้สร้างโอกาสให้เพื่อนมนุษย์ได้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมะ เป็นแสงเทียนนำทางชีวิตต่อไป

    ขอบคุณจริงๆค่ะ



  4. 24
    นางวรลักษณ์  โอภากาศ
    นางวรลักษณ์ โอภากาศ woralak.opa@chaiyo.com 14/02/2011 15:55

    เข้ามาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าแนวทางที่หลวงพ่อสอนเป็นของจริงเพราะดิฉันเคยฝึกสมถมาก่อนจนเห็นนิมิตอะไรมากมายและเมื่อออกจากสมาธิก็ยังมีความโลภ ความโกรธ ความหลงเหมือนเดิม  จนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้สบายใจ เพราะเมื่อไหร่ที่ทำสมถมากก็มีความสุขเดินไปยิ้มไป ถ้าเมื่อไหร่ทำสมถน้อย ความโมโหก็กลับมาอีก เป็นอย่างนี้ตลอด 8 ปี   ด้วยความพยายามที่จะไม่ลดละที่จะปฏิบัติ จึงซื้อหนังสือสติปัฏฐานเล่มหนึ่งมาอ่านและฝึกแบบรู้ตัว ไม่เพ่ง ฝึกอยู่  7  เดือน ถึงจุดหนึ่งจึงรู้ว่าวิปัสสนาเป็นอย่างไร และผู้ที่ทำให้ดิฉันได้รับคำตอบว่าสิ่งที่ปฏิบัติและเกิดบางสิ่ง บางอย่างที่พบ คืออะไร  นั่นคือเสียงธรรมจากหลวงพ่อปราโมทย์ผ่านทางอินเทอร์เนต  จึงมั่นใจว่าหนทางนี้เป็นหนทางหนึ่งที่เหมาะกับคนที่มีจริตโทสะสูงจะดูได้เร็วและเกิดผลกับตนเองซึ่งเป็นปัจจัตตัง 


    ขอบคุณ คุณโจโฉ ที่เป็นสื่อให้ผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ได้รับประโยชน์ ขออนุโมทนาบุญ
    นางวรลักษณ์  โอภากาศ     ครูเคมี     20  หมู่ 4  ตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  โทร.  0810479347

  5. 25
    รติ ก.
    รติ ก. 03/02/2011 11:20
    มีความเห็นเช่นเดียวกับคุณเชิดชัย ธรรมสาร ที่ว่า "การได้เรียนธรรมะจากหลวงพ่อปราโมทย์ (จาก CD เป็นส่วนใหญ่) ทำให้ชีวิตทางธรรมเปลี่ยนไป ขณะนี้รื่นเริงและเบิกบานในธรรมทุกอริยาบท" ขอยืนยันความรู้สึกนั้นเช่นเดียวกันค่ะ เพราะเนื่องจากเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยพบตัวจริงของหลวงพ่อ ฟังจาก CD และจาก web ต่างๆ แปลกตรงที่ฟังครั้งแรกไม่เข้าใจเลย แต่ฟังไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะซ้ำแผ่นเดิมก็พบว่ายังคงมีหลักยึดที่มั่นคง คำถามจากลูกศิษย์ก็เป็นประโยชน์ค่ะ ทำให้รู้ว่าเรามีความเข้าใจสภาวะนั้นๆมากกว่าผู้ที่ถามเพียงไร หรือบางคนก็มีคำถามที่ตรงกับใจที่เราสงสัย และพบว่ามีผู้หลงผู้เผลออีกมากมาย หรือพบว่าแต่ละคนล้วนมีปัญหาในชีวิตค่ะ แต่ดีตรงที่พวกเค้าหาวิธีเยียวยาให้วัคซีนตนเองด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้าเหมือนกับเรา

    ช่วงปี 2549 - 2551 น่าจะเป็นช่วงที่ผู้คนที่ได้ฟัง CD ของท่านเยอะมาก หลายคนยอมรับแนวทางในการสอนและลองไปปฏิบัติจริงแล้วเห็นผล จึงมีการบอกต่อๆกันเป็นจำนวนเยอะมากๆ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่พบธรรมมะนี้ในช่วงเวลานั้น แผ่นแรกที่ดิฉันโชคดีได้ฟังคือที่ท่านรับนิมนต์ไปเทศน์ที่บ้านอารีย์เมื่อเดือนกันยายน เป็นแผ่นที่ฟังในช่วงขับรถไปทำงาน มีแผ่นเดียวก็ฟังทุกวันไป 1 สัปดาห์ ก็ลองทำความเข้าใจ และลองปฏิบัติดูอย่างที่ท่านแนะนำผู้ที่มาฟังในวันนั้น ก็เริ่มเข้าใจคำที่เคยได้ยินว่า "มีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ" เป็นอย่างไร รู้ทันอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง ค่อยพบความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ความเข้าใจนั้นเกิดขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนรอบข้างมากๆ พูดง่ายๆก็คือ "คุณภาพชีวิต" ดีขึ้น จากเดิมเมื่ออารมณ์โกรธเกิดขึ้น ก็หลงให้ความโกรธนั้นพาไปจนสุดทาง แล้วก็จบลงด้วยความเสียใจของทั้งสองฝ่ายที่โกรธกัน แต่ปัจจุบันเมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้วพบว่าตัวเองรู้ทันความโกรธที่เกิดขึ้น เราไม่หลงทางไปกับมันแล้ว เพราะเราหยุดเพราะเราตั้งหลักได้แล้วนั่นเอง แต่เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา พบว่าเกิดเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับท่านและแนวทางการสอนของท่าน หากผู้มาใหม่ที่ไม่พิจารณาให้รอบคอบกับสื่อที่ได้รับมา และไม่มีโอกาสมาศึกษาแนวทางนี้ ก็น่าเสียดายที่จะไม่ได้พบ "เคล็ดลับ" ความสุขที่เราสามารถค้นหาได้ในตัวเราเอง หลวงพ่อเปรียบเสมือนเพื่อนรุ่นพี่ทางธรรมที่ร่ำเรียนมามากมายแล้วมากรองให้เหลือเป็นเคล็ดลับให้พวกเราเรียนกันง่ายๆ เหมือนติวเตอร์ที่ติวเด็กๆให้สอบผ่านนั่นล่ะ

    ...แต่คุณโจโฉเชื่อเถอะค่ะว่าลูกศิษย์ที่ถึงแม้จะไม่ได้ไปพบท่านแค่ฟังจากเสียงล้วนเป็นผู้ที่รู้ตื่นรู้เบิกบานด้วยตัวของเค้าเองได้ในระดับหนึ่ง และผู้คนเหล่านี้มีใจกว้างพอที่จะไม่หลงไม่เผลอไปกับข่าวหรือเรื่องราวที่มากระทบเมื่อปีที่แล้ว หากแต่พวกเค้าสามารถรู้สภาวะที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้เป็นอย่างดี รวมทั้งวางใจเป็นกลางได้ เพราะลูกศิษย์ที่แท้จะยึดแนวทางคำสอนเป็นหลักยึดค่ะ อีกทั้งเชื่อว่าลูกศิษย์แต่ละท่านยังไปศึกษาค้นคว้า ต่อยอดทางธรรมด้วยตัวของเค้าเอง ด้วยการศึกษาจากครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    หลวงพ่อปราโมทย์เคยบอกว่าการบรรลุซึ่งปลายทางของมรรคผลนิพพาน หากเปรียบว่าปลายทางที่ว่าอยู่บนยอดเขาสูง และถ้าเราศึกษาวิธีปฏิบัติจะพบว่ามีหลายเส้นทางที่จะพาเราขึ้นสู่ยอดเขาสูงนั้น มีทางขึ้นอยู่รอบเขาเลยล่ะ เพียงแต่ว่าใครจะพบทางที่ลัดสั้นและไม่อ้อม ไม่วก-วนให้เสียเวลา เราน่าจะถึงจุดหมายปลายทางได้ในชาตินี้ หากไม่ทันในชาตินี้ก็ขยับใกล้เข้าไปแล้วล่ะ ดีกว่าที่จะหลงๆเดินป้วนเปี้ยนอยุ่รอบๆตีนเขา ไม่เห็นแม้แต่ทางขึ้นเลยสักทาง

    ดิฉันเชื่อมั่นว่าแนวทางของหลวงพ่อหากใครลองปฏิบัติในชีวิตประจำวันในการดูสภาวะที่เกิดขึ้นกับจิตใจตนเองตั้งแต่ตื่นจนหลับได้อย่างต่อเนื่องสักระยะหนึ่ง และเมื่อเข้าใจแล้วก็มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้กายเรียนรู้ใจตนเองให้ได้ตลอดชีวิตนี้ จะพบความเปลี่ยนแปลงในตัวเองในระยะเวลาไม่นาน (คงจะแล้วแต่จริตนิสัยของแต่ละคนที่จะเข้าใจมากน้อยเพียงไรนะคะ)

    ปัจจุบัน ครอบครัวของดิฉันมีความสงบเย็นขึ้นมาก จากการที่ดิฉันเริ่มเข้าใจแนวทางและน้อมนำมาฝึกปฏิบัติ และทำให้ดิฉันอ่านหนังสือธรรมมะ และศึกษาวิธีปฏิบัติธรรมของครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ได้อย่างเข้าใจง่ายขึ้น กว่าเดิมที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ หรือเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่รู้ว่าดี สำหรับตอนนี้รู้แล้วว่าธรรมะดีอย่างไร และจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเราทุกคนอย่างไร

    ดิฉันขอสรุปว่า ดิฉันโชคดีที่ได้มาฟัง CD แล้วทางสอนของท่าน ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ "ตื่นจากความหลง" หลงในกิเลส 3 ตัวที่ชื่อว่า โลภะ โทสะ โมหะ มันคือเงาของเราเองที่อยู่กับเราตั้งแต่เกิด มีอำนาจครอบงำจิตใจเรามากค่ะ แต่ตอนนี้รู้จักมันแล้วล่ะ เข้าใจมันด้วยว่าแต่ละวันมันมาทักทายชวนเล่นชวนหลงตลอดเลย แต่เราไม่เล่นด้วยแล้วนะ เข้าใจแล้วว่าจิตเดิมแท้เราน่ะบริสุทธิ์สะอาด แต่เปื้อนไปด้วยเจ้ากิเลส 3 ตัวนี้ล่ะ ชาตินี้เราโชคดีที่เป็นชาวพุทธ ได้รู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้า รู้จักเครื่องมือที่จะลอกเปลือกกิเลสให้ใจเราบริสุทธิ์เหมือนเดิมแล้วจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้ากันเถอค่ะ จะแนวทางไปก็ตามแต่จะถนัด แต่ขอให้พบแนวทางที่ถูกต้องก็แล้วกันนะคะ

    อยากแนะนำให้ท่านผู้ยังไม่เคยฟังลองเปิดใจให้กว้างและรับฟังแนวทางปฏิบัติที่ไม่ย่งยากนี้ดูบ้างนะคะ สำหรับผู้เริ่มต้นน่าจะฟังที่ท่านรับนิมนต์ไปบรรยายภายนอก เพราะจะเป็นกลางๆ สำหรับผู้ไม่เคยฟังน่ะค่ะ ไม่ได้เน้นการสอบอารณ์ของผู้ปฏิบ้ติที่วัดท่านน่ะค่ะ หรือไม่ซีเรียสฟังแบบไหนก่อนก็ได้ คิดง่ายๆก็คือเหมือนเราต่อภาพจิ๊กซอว์น่ะค่ะ มันจะค่อยๆ เต็มเป็นภาพที่งดงามสมบูรณ์เองค่ะ (ความเจริญในธรรมเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนค่ะ)

    ...ขอบคุณคุณโจโฉ กับWebดีๆนี้นะคะ
  6. 26
    ณฐกันต์ วิศวรุ่งโรจน
    ณฐกันต์ วิศวรุ่งโรจน vnarumol@hotmail.com 19/01/2011 20:25

    ฟัง CD ครั้งแรกตอนที่นั่งหลับๆตื่นๆ บนรถค่ะ แต่พอฟังแล้วรู้สึกตื่นเลยค่ะ แค่ครั้งแรกก็รู้สึกได้เลย ตอนนี้กิเลสอาจยังไม่น้อย แต่รู้จักกิเลสมากขึ้นจากเดิมเชื่อมั่นในความเป็นคนดีของตัวกูของกูมากๆ ตอนนี้จิตส่งออก หรือเผลอไป ก็รู้สึกเป็นระยะๆ ทุกข์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อนุโมทนาบุญกับทุกคนนะคะที่ปฏิบัติธรรม กราบขอบพระคุณพระคุณเจ้า หลวงพ่อปราโมทย์ ที่ชี้ทางสว่างด้วยค่ะ....Kant Nirvana  (Hatyai)

  7. 27
    นายเชิดชัย ธรรมสาร
    นายเชิดชัย ธรรมสาร Kamman.tama@Hotmail.com 11/01/2011 14:53

     ผมภาวนาตามแนวคำสอนของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ประมาณ 3 ปีเศษ แล้ว จากการฟัง CD และเคยฟังธรรมะจากหลวงพ่อโดยตรง 4 ครั้ง เคยส่งการบ้าน 2 ครั้ง
    ผมเห็นว่า หลวงพ่อปราโมทย์ เป็นกัลยาณมิตร-กัลยาณธรรม ผู้ชี้ทางที่ถูกต้อง ลัดสั้น ง่ายๆ และตรงทาง ที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราเรียนรู้ทุกข์ และทางแห่งการพ้นทุกข์ 
    เดี๋ยวนี้ผมเข้าใจ และพอตรวจ "การบ้าน" ให้ตนเองได้ว่า ผมเห็นทุกข์ และกำลังรู้ทุกข์ทุกลมหายใจเข้าออก (ถ้าไม่เผลอ)
     หลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เคยเข้าเรียนธรรมะจากองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เพียง 3 วัน พอเข้าใจทางที่ถูกต้องแล้วก็ออกภาวนาเอง และพ้นทุกข์ในที่สุด 
     ส่วนตัวผมเองนั้น การได้เรียนธรรมะจากหลวงพ่อปราโมทย์ (จาก CD เป็นส่วนใหญ่) ทำให้ชีวิตทางธรรมของผมเปลี่ยนไป ขณะนี้ผมรื่นเริงและเบิกบานในธรรมทุกอริยาบท แม้ยามเจ็บป่วย ผมกำลังสร้างเหตุสู่ความพ้นทุกข์ (ตั้งแต่ตื่นนอน-จนถึงนอนหลับ) ผมขออภิวาท องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไกลจากกิเลส ด้วยเศียรเกล้า ผ่านหลวงหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทุกลมหายใจครับ 
          
                
               เชิดชัย ธรรมสาร  (อายุ 51 ปี) อยู่บ้านเลขที่ 213/2  ถ.กันทรลักษ์ ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34190 โทร 089-7202929 ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
     

  8. 28
    ani
    ani 10/01/2011 09:15
    เมื่อปฏิบัติตามแนวทางการเจริญสติ ตามรู้กายตามรู้ใจ (รูป นาม) ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง (ตามรู้สภาวธรรมด้วยจิตที่เป็นกลาง)

    ตามที่หลวงพ่ออบรมสั่งสอน ทำให้การปฏิบัติก้าวหน้าได้เร็วขึ้น ชีวิต(จิตใจ) ดีขึ้น

    ตามดูกาย ตามดูใจตลอดมา ทำให้สมาธิเกิด จิตตั้งมั่น สติทันต่อเหตุการ ทำให้รอดตายมาแล้ว

    เมื่อเราปฏิบัติตาม เรารู้เอง  เห็นผลเกิดขึ้นกับตัวเราเอง เราก็ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว

    กราบแทบเท้าหลวงพ่อ กราบขอบพระคุณ ที่ชี้ทางสว่างให้กับลูก

    ขออนุโมทนากับน้องโจโฉ ที่ตั้งมั่นต่อการทำความดี



    นฤมล เกษียรแก้ว 
  9. 29
    Anonymous
  10. 30
    พอใจ. โตพิ
    พอใจ. โตพิ Phorjaijung@gmail..com 03/01/2011 19:37
    ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ทุกข์และรู้ตัวว่าทุกข์ พยายามหาหนทางขจัดทุกข์ต่างๆนานา สามีมาคุยเรื่องหลวงพ่อปราโมชท์ดิฉันก็เฉยๆ จนวันนึงเอาซีดีมาเปิดเพราะขับรถ ไม่มีอะไรจะฟัง 2ชั่วโมงที่ขับรถและฟังหลวงพ่อปราโมชมือ ดิฉันปิติจนพยักหน้าและนำ้ตาไหลโดยไม่รู้ตัว นี่คือสิ่งที่ดิฉันตามหามานาน ดิฉันศึกษาเพิ่มจากประทีปส่องธรรมและวิถีแห่งความรู้แจ้ง ดิฉันมีสติตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน เบิกบานและไม่ลื่นไหลไปกับความคิดปรุงแต่ง ดิฉันรู้สึกโชคดีที่ชีวิตนี้ได้ศึกษาแนวทางของท่านหลวงพ่อปราโมชท์ ดิฉันไม่ทราบข้อเท็จจริงใดๆของกรณีขัดแย้ง และไม่สนใจด้วยเพราะการศึกษาธรรมของดิฉันไม่ได้ยึดมั่นที่ตัวบุคคล สิ่งใดไม่ชอบหรือขัดใจเราก็แค่รู้แต่ไม่นำมามาเป็นสรณะ ในเมื่อคุณอยากทราบว่ามีใครได้ประโยชน์จากแนวทางของท่านดิฉันขอยืนยันอย่างคนตื่นรู้และมีสติ ไม่ยึดมั่นไม่งมงาย ใดใดเลยค่ะ
[Back]   1  2 3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
 หน้าแรก  รวมเสียงโจโฉ  บทความ  ภาพกิจกรรม  สนับสนุนโจโฉ  ติดต่อ
view